Choose Language : ENG | ภาษาไทย








ลักษณะการประกอบธุรกิจ

บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ซิงเกอร์” เช่น จักรเย็บผ้า
เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านต่างๆ นอกจากนี้ยังจำหน่ายสินค้าเชิงพาณิชย์ เช่น เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตร ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์
ตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ และเครื่องทำน้ำหวานเกล็ดหิมะ เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุมและหลากหลาย
ทั้งกลุ่มลูกค้าบ้าน และกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์

การขายตรงแบบเช่าซื้อโดยผ่านเครือข่ายซิงเกอร์มากกว่า 3,500 คน กระจายตามสาขามากกว่า 200 สาขาทั่วประเทศไทย ซึ่งถือว่า บริษัทมีเครือข่าย
การกระจายสินค้า จักรเย็บผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและสินค้าเชิงพาณิชย์ที่ครอบคลุมไปทั่วทุกภาคในประเทศไทย

สำหรับสินค้าซิงเกอร์สามารถแบ่งแยกเป็น 2 กลุ่มผลิตภัณฑ์ดังนี้ :-

ผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มครัวเรือน ได้แก่:-

  • ผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้า เช่น จักรเย็บผ้า เข็มจักร น้ำมันหล่อลื่นอเนกประสงค์ชนิดหยอดและแบบสเปรย์พ่น กรรไกร เป็นต้น

  • ผลิตภัณฑ์กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เตาแก๊ส เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น

  • ผลิตภัณฑ์กลุ่มภาพและเสียง เช่น โทรทัศน์ดาวเทียม (TV Satellite) แอลซีดี ทีวี (LCD TV) และแอลอีดี ทีวี ดาวเทียม (LED TV-SAT)
    เครื่องเล่นดีวีดี และเครื่องเสียงสเตอริโอ เป็นต้น

  • ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ ได้แก่:-

  • ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ เช่น ตู้แช่แข็ง ตู้แช่เครื่องดื่ม ตู้แช่ไวน์ ตู้แช่เบียร์ ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ
    และเครื่องทำน้ำหวานเกล็ดหิมะ เป็นต้น


  • กลุ่มสินค้าหยอดเหรียญ เช่น ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ตู้เติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ตู้เติมลมหยอดเหรียญ และตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยหยอดเหรียญ เป็นต้น


  • สินค้าเครื่องมือทางการเกษตร เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ เครื่องพ่นยาสะพายหลัง


  • ภายใต้เครื่องหมายการค้า "ซิงเกอร์" บริษัทจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทั้งในระบบเงินสด และระบบเงินผ่อน โดยในระบบเงินผ่อน บริษัทให้เช่าซื้อผ่านทาง
    บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ถือหุ้นร้อยละ 99.99

    การขายของบริษัท เป็นรูปแบบการขายตรงผ่านเครือข่ายร้าน/สาขา  พนักงานขายของบริษัท และผ่านผู้แทนจำหน่ายซึ่งกระจายอยู่ทั่วประเทศ
    สินค้าส่วนใหญ่ที่บริษัทซิงเกอร์จำหน่าย  บริษัทจะใช้วิธีผลิตแบบ OEM (Original Equipment Manufacturer) โดยการสั่งให้ผู้ผลิตที่มีคุณภาพ
    ภายในประเทศผลิตให้เกือบทั้งหมด


    โครงสร้างรายได้

    โครงสร้างรายได้จากงบการเงิน (รวมดอกเบี้ยรับฯ) ของบริษัทตามส่วนงานทางภูมิศาสตร์ และสายผลิตภัณฑ์แบ่งได้ดังต่อไปนี้ :-

    (หน่วย : พันบาท)

    มูลค่าการจำหน่ายในประเทศ
    แยกตามผลิตภัณฑ์
    2556/2013 % 2555/2012 % 2554/2011 %
    เครื่องซักผ้า / Washing Machine
    ตู้เย็น / Refrigerator
    ตู้แช่ / Freezer
    โทรทัศน์ / Television
    จักรเย็บผ้า / Sewing Machine
    เครื่องปรับอากาศ / Air Conditioner
    ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือ / ATVM
    ตู้เติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ / Petrol 
    Vending Machine
    รวมมูลค่าการจำหน่ายในประเทศ
    441,932
    322,808
    844,032
    374,050
    109,583
    484,009
    459,167
    647,627

    3,383,208
    12
    9
    23
    10
    3
    13
    13
    10

    93
    482,057
    339,255
    566,633
    298,904
    96,961
    442,820
    467,937
    123,527

    2,818,094
    16
    12
    19
    10
    3
    15
    16
    4

    95
    466,797
    295,730
    406,761
    230,783
    82,444
    314,926
    481,963
    -

    2,279,404
    20
    12
    17
    10
    4
    13
    20
    -

    96
    ผลิตภัณฑ์อื่นในประเทศ 241,310 7 132,564 5 103,081 4
    มูลค่าการจำหน่ายต่างประเทศ - - - - - -
    รวมรายได้จากขายและดอกเบี้ยรับฯ 3,624,518 100 2,950,658 100 2,382,422 100
    อัตราการเพิ่ม ( ลด ) ของมูลค่าการจำหน่าย 2556/2013 2555/2012 2554/2011
      22.84% 23.82% 14.68%

    หมายเหตุ บริษัทดำเนินธุรกิจขายสินค้าในส่วนงานทางธุรกิจเดียว และดำเนินธุรกิจในส่วนงานทางภูมิศาสตร์เดียวคือ ในประเทศไทย ดังนั้นจึงมิได้มี
    การเสนอข้อมูลทางการเงินจำแนกตามส่วนงาน


    โครงสร้างรายได้บริษัทย่อย

    บริษัทได้ปรับกลยุทธ์และโมเดลธุรกิจใหม่จากเดิมที่มุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าครัวเรือนเป็นหลัก มาเป็นกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น โดยจะเน้น
    การขายสินค้าให้ลูกค้านำไปสร้างอาชีพ สร้างรายได้ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาลูกค้าครัวเรือนเพียงกลุ่มเดียว

    ประเภทธุรกิจ

    ดำเนิน
    การโดย

    % การถือ
    หุ้นของบริษัท
    ปี 2556 % ปี 2555 %
    รายได้จากการขาย
    บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย (STL)
    ดอกเบี้ยรับจากการขายผ่อนชำระ
    - บ. ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (SLL)
    - บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย (STL)
    รายได้จากธุรกิจบริการ
    - บ. ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด (SSPL)
    รายได้จากนายหน้าประกันชีวิต
    - บ. ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด (SBL)
    รายได้อื่นๆ
    - บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย (STL)
    - บ. ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด (SLL)
    - บ. ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด (SSPL)
    - บ. ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด (SBL)

    STL

    SLL
    STL

    SSPL

    SBL

    STL
    SLL
    SSPL
    SBL

    100.00

    99.99
    10.00

    99.88

    99.70

    100.00
    99.99
    99.88
    99.70

    2,851,071

    773,447


    2,307

    418

    12,081
    19
    58
    59

    78.3

    21.3
    0.0

    0.1

    0.0

    0.3
    0.0
    0.0
    0.0

    2,326,126


    623,833



    614

    13,302
    3
    107
    69

    78.5

    0.0
    21.0

    0..0

    0.0

    0.4
    0.0
    0.0
    0.0
    Total     3,639,460 100.0 2,964,054 100.0

     

    2.2 ตลาดและภาวะการแข่งขัน

    (ก) นโยบายและลักษณะการตลาด

    กลยุทธ์ในการแข่งขัน

    บริษัทใช้กลยุทธ์การขายตรงในระบบเช่าซื้อควบคู่ไปกับการขายเงินสด ทั้งนี้การขายแบบเช่าซื้อดำเนินไปภายใต้การควบคุมที่รัดกุมโดยสม่ำเสมอ
    เพื่อให้มีหนี้เสียที่อาจเกิดขึ้นน้อยที่สุด สินค้าที่บริษัทจำหน่ายเป็นสินค้าที่มีคุณภาพเท่าเทียมหรือดีกว่าเมื่อเทียบกับสินค้าของผู้ผลิตรายอื่นๆ
    ราคาจำหน่ายเงินสดของสินค้าใกล้เคียงกับสินค้ายี่ห้ออื่น โดยกลุ่มลูกค้าของบริษัทเป็นลูกค้าในกลุ่มประชาชนตามต่างจังหวัด โดยบริษัทได้แบ่ง
    ระบบการขายของบริษัทออกเป็น 2 ระบบ ดังนี้

    1. ระบบ “ Singer Direct ” เป็นระบบการขายตรงผ่านเครือข่ายพนักงานขายของซิงเกอร์

    2. ระบบขายส่ง เป็นการขายผ่านตัวแทนจำหน่าย ตลอดจนช่องทางการขายต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และพม่า
    ตลอดจนการขายแบบ Group Sales โดยเน้นสินค้าจักรเย็บผ้า และอุปกรณ์ต่อพ่วง สินค้ากลุ่มตู้แช่ และตู้แช่ไวน์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
    ภายในบ้าน

    ทางด้านกลยุทธ์สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสินค้าหลัก เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทตู้เย็น และโทรทัศน์
    ซึ่งมีอัตราการครอบครองสูง และตลาดมีอัตราการเติบโตน้อย บริษัทได้ใช้กลยุทธ์ในการเทิร์นเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าทุกประเภท ทุกยี่ห้อ เพื่อขยายตลาด
    และเพิ่มยอดการขายให้สูงขึ้น ซึ่งกลยุทธ์นี้บริษัทยังได้ครอบคลุมไปถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเกือบทุกประเภทอีกด้วยเช่น เครื่องซักผ้า ตู้แช่ ตู้แช่แข็ง
    ประกอบกับการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และปรับปรุงคุณภาพของสินค้าให้ดีอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้บริษัทยังได้นำสินค้าใหม่ๆ เพื่อขยายตลาดให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ประกอบการพาณิชย์ เช่น ร้านโชห่วย ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร
    ร้านกาแฟ หอพัก อพาร์ทเมนท์ให้มากขึ้นอีกด้วย เช่น ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ตู้เติมน้ำมันหยอดเหรียญ และเครื่องทำน้ำหวานเกล็ดหิมะ
    เพื่อช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย

    กลยุทธ์ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย

    บริษัทขายสินค้าผ่านร้านสาขาของบริษัท ซึ่งมีจำนวนกว่า 200 สาขาทั่วประเทศ มีเครือข่ายพนักงานขายกว่า 3,500 คน บริษัทมีการฝึกอบรม
    พนักงานขายให้มีความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี ซึ่งพนักงานขายเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญ ในการขยายทั้งฐานการตลาด
    และฐานลูกค้าของบริษัท บริษัทดำเนินการขายตรงเป็นหลัก มากกว่าร้อยละ 95 ของยอดขายเป็นการขายตรงทั้งหมด และมากกว่าร้อยละ 80
    ของยอดขายเป็นการขายแบบเช่าซื้อ โดยบริษัทให้เช่าซื้อผ่านบริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่ง บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย
    ถือหุ้นร้อยละ 99.99

    สำหรับการควบคุมคุณภาพของบัญชีเช่าซื้อ บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด มีการตรวจสอบทั้งก่อน และภายหลังการขาย โดยจัดให้มี
    ศูนย์พิจารณาสินเชื่อ (Credit Control Office) เพื่อตรวจสอบ และอนุมัติสินเชื่อลูกค้าก่อนการขาย ทั้งนี้การพิจารณาสินเชื่อลูกค้านั้นจะพิจารณา
    ทั้งจากฐานข้อมูลภายในบริษัท และตรวจสอบกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) และการตรวจสอบภายหลังการขายนั้น
    ผู้ตรวจสอบบัญชี (Account Checker)จะทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีเช่าซื้อและข้อมูลสินเชื่อว่าถูกต้องตามที่ได้อนุมัติไปหรือไม่
    โดยการไปตรวจเยี่ยมผู้เช่าซื้อถึงบ้านทุกบัญชี ปัจจุบันบริษัทมีผู้ตรวจสอบบัญชีกว่า 100 คน รับผิดชอบตรวจสอบบัญชีเช่าซื้อทั่วประเทศ ภายใต้
    การควบคุมและตรวจสอบของฝ่ายสินเชื่อ

    (ข)  แนวโน้มอุตสาหกรรมและภาวะการแข่งขัน

    เศรษฐกิจไทยมีศักยภาพจะเติบโตได้ประมาณ 3.4% ในปี 2556 ต่ำกว่าประมาณการ เนื่องจาก
    1) การส่งออกในระยะที่ผ่านมาเติบโตได้น้อยกว่าที่คาด
    2) การบริโภคและการลงทุนชะลอตัวลงมากกว่าที่คาด
    3) การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐต่ำกว่าเป้าหมาย

    แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2557 จะขยายตัวประมาณ 3.0% มีปัจจัยเสี่ยงจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่มีแนวโน้ม
    ที่จะยืดเยื้อ ส่งผลให้มีโอกาสเกิดความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลที่มีอำนาจในการบริหารราชการได้อย่างเต็มที่ และอาจทำให้การขยายตัว
    ของเศรษฐกิจลดลงไปอยู่ในระดับ 2.4% เกิดความล่าช้าในการเบิกจ่ายงบลงทุนและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ต่างๆนอกจากนี้ความไม่แน่นอน
    ทางการเมืองยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นที่เกี่ยวข้องกับทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน สำหรับแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักในปี 2557
    จะมาจากการส่งออกที่มีแนวโน้มขยายตัว 6% ตามเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งจะชดเชยอุปสงค์ภายในประเทศ
    ที่มีแนวโน้มชะลอตัว

    ธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า

    ในธุรกิจแบบเช่าซื้อมีส่วนแบ่งตลาดในประเทศอยู่ 2 กลุ่มหลักๆ ซึ่งทั้งสองกลุ่มมีฐานลูกค้า และลักษณะที่ต่างกัน

    กลุ่มแรกมีผู้ประกอบการรายใหญ่ในประเทศ ได้แก่ บจ.อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส (กรุงศรีเฟิร์สช้อยส์) และ บมจ. อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์)
    ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละรายนั้น นอกเหนือจากการให้บริการธุรกิจเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วยังมีบริการสินเชื่อเช่าซื้อสินค้าอีกหลายประเภท
    เช่น อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องใช้สำนักงาน เฟอร์นิเจอร์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ เป็นต้น

    กลุ่มที่สองซึ่งจะมุ่งเน้นในด้านสินค้าที่มีอายุการใช้งานยาวนาน และสินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ปัจจุบันคงมีเพียง
    บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย เพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่ยังดำเนินธุรกิขการขายตรงแบบเช่าซื้อผ่านทางร้านสาขา และ พนักงานขาย/พนักงานเก็บเงิน

    จากการที่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอันได้แก่ โทรทัศน์ และตู้เย็น ซึ่งถือเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนการครอบครองที่สูง จึงทำให้การเพิ่มยอดขาย
    เป็นไปได้ยาก แต่ผู้บริหารของบริษัทกลับมองว่าสามารถที่จะเพิ่มยอดขายได้ด้วยการนำหลักการตลาดของสินค้าทดแทน (Replacement Market)
    โดยอาศัยกลยุทธ์ตีแลก (Trade-in) สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของลูกค้าทุกชนิดทุกยี่ห้อมาแลกกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ของซิงเกอร์
    พร้อมกับเงื่อนไขรับส่วนลดระหว่าง 1,000 – 5,000 บาท พร้อมทั้งการผ่อนสบายๆ และการบริการอย่างยอดเยี่ยมกับร้านสาขาซิงเกอร์ที่มีอยู่ทั่วประเทศ
    เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัทในการขยายตลาดของสินค้าทุกชนิดที่บริษัทจัดจำหน่าย

    จักรเย็บผ้า

    สินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภทที่ผลิตใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ เสื้อ กางเกง กระโปรง กระเป๋า รองเท้า ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่
    ใช้จักรเย็บผ้าในการผลิตทั้งสิ้น จักรเย็บผ้าจึงเป็นสินค้าที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทั้งในรูปของธุรกิจขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดย่อม รวมถึงจักรเย็บผ้า
    ทั่วไปที่สำหรับใช้ภายในบ้าน ตลาดของจักรเย็บผ้าสามารถแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2 ประเภท คือ จักรเย็บผ้าอุตสาหกรรมที่นำมาใช้ตัดเย็บ
    เครื่องอุปโภคบริโภคในเชิงอุตสาหกรรม และจักรเย็บผ้าธรรมดาที่นำมาใช้ตัดเย็บภายในครัวเรือนสำหรับยี่ห้อที่วางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย
    ในตลาดจักรเย็บผ้าในประเทศไทย ได้แก่ ซิงเกอร์ จาโนเม่ เอลวิร่า บราเดอร์ และจูกิทั้งยังมีจักรเย็บผ้าราคาถูกที่นำเข้าจากประเทศจีน
    อีกหลากหลายยี่ห้อที่เข้ามาแข่งขันกันในธุรกิจนี้

    เนื่องจากจักรเย็บผ้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่คงทน และมีอายุการใช้งานยาวนานพอสมควร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานที่เหมาะสมกับจักรเย็บผ้าแต่ละประเภทด้วย
    ปัจจุบันตลาดมีความต้องการซื้อจักรเย็บผ้ามากขึ้นเนื่องด้วยการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้า
    ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จนกลายเป็นจักรเย็บผ้าคอมพิวเตอร์ ที่มีรูปลักษณ์สวยงาม ทันสมัย กะทัดรัด ใช้งานง่าย สามารถประดิษฐ์งาน ได้หลากหลาย
    เหมาะกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปที่กำลังนิยมงานประดิษฐ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว DIY (Do It Yourself)

    การเปลี่ยนแปลงของคู่แข่งที่สำคัญ

    ในประเทศไทยมีบริษัทใหญ่ๆ ที่ดำเนินธุรกิจทางด้านการเงินให้กับผู้บริโภค (Consumer Finance)ที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) โดยที่มีบริษัท
    ที่ดำเนินธุรกิจทางด้านบัตรเครดิต (Credit Card) อันได้แก่ American Express (Thai) (AMEX), General Card Services, Krungsriayuthaya Card
    (KCC), Krungthai Card (KTC), และ Tesco Card Services ส่วนบริษัทดำเนินธุรกิจ Non-bank อันได้แก่ AEON Thana Sinsap (Thailand)
    (AEONTS), Krungsri First Choice (KFC) และ Easy Buy ซึ่งมุ่งเน้นในการทำธุรกิจเช่าซื้อ และสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan)
    และ Singer Thailand (SINGER) ที่มุ่งเน้นเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อที่ได้ดำเนินธุรกิจมาตลอดระยะเวลากว่า 120 ปี

    บริษัทที่เป็น Non-bank ดังกล่าวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีเป้าหมายของตนเอง ดังเช่น AEONTS, EASY BUY และ
    Krungsri First Choice จะมุ่งเน้นธุรกิจทางขายแบบเช่าซื้อและสินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loans) กับลูกค้าที่มีประวัติดีและมีรายได้ประจำ
    ไม่น้อยกว่า 4,000 บาท ในขณะที่ SINGER จะมุ่งเน้นไปในกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในต่างจังหวัด ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบธุรกิจการเกษตรอันถือเป็นกลุ่มฐานราก
    บริษัทเหล่านี้ดำเนินธุรกิจแบบขายตรงซึ่งนำต้นทุนทางการเงินพร้อมค่าใช้จ่ายของการให้บริการก่อนและหลังการขายมารวมอยู่ในอัตราที่คิดกับลูกค้า

    การแข่งขันของบริษัทในกลุ่มเหล่านี้จะแตกต่างกันโดยที่บริษัทในกลุ่มแรก (AEONTS, KFC และ EASY BUY) จะแข่งขันกันในเรื่องของความรวดเร็ว
    ในการอนุมัติเครดิต และอัตราดอกเบี้ย บริษัทที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นเกษตรกรในชนบทจะแข่งกันในเรื่องของการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชน
    ในท้องถิ่น และการเสนอบริการที่ดีทั้งก่อนการขาย และหลังการขาย ยิ่งไปกว่านั้นการให้บริการการขายตรงที่ให้กับลูกค้าก็จะต้องคำนึงถึงประโยชน์
    ของลูกค้าโดยการนำเสนอบริการ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

    การจัดหาผลิตภัณฑ์หรือการบริการ

    การจัดหาผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้า หลังกลางปี 2545 บริษัทได้เปลี่ยนวิธีการสั่งซื้อ จากเดิมบริษัทใช้วิธีการสั่งซื้อจักรเย็บผ้าจากบริษัท
    อุตสาหกรรมซิงเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มาเป็นการสั่งซื้อจักรเย็บผ้าสำเร็จรูปโดยตรงจากต่างประเทศแทน เนื่องจากต้นทุนของการนำเข้า
    ผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้าสำเร็จรูปต่ำกว่าต้นทุนการผลิตและประกอบภายในประเทศ สินค้าที่บริษัทซื้อจากผู้ผลิตจากต่างประเทศมีมูลค่าประมาณ
    ร้อยละ 3 ของสินค้าที่ซื้อทั้งหมด

    ในส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้า บริษัทสั่งซื้อสินค้าที่มีคุณภาพจากผู้ผลิตในประเทศในลักษณะของ OEM (Original Equipment Manufacturer) กล่าวคือ
    ผู้ผลิตจะผลิตสินค้าภายใต้เครื่องหมาย “ซิงเกอร์” ให้แก่บริษัทโดยผู้ผลิตหลักซึ่งผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านให้แก่บริษัทได้แก่:-

    1. บริษัท ไฮเออร์ อิเล็คทริค จำกัด (มหาชน) สินค้าที่ผลิต ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องปรับอากาศ
    2. บริษัท ซันโย คอมเมอเชี่ยลโซลูชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ ตู้แช่แข็ง ตู้แช่เครื่องดื่ม และตู้แช่ไวน์
    3. บริษัท ไทยซัมซุง อิเล็คโทรนิคส์ จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า
    4. บริษัท ชาร์ปไทย จำกัด สินค้าที่ผลิต ได้แก่ ตู้เย็น
    5. Changhong Electronics Co., Ltd. สินค้าที่ผลิตได้แก่ แอลซีดีทีวี
    6. บริษัท ลัคกี้เฟลม จำกัด สินค้าที่ผลิตได้แก่ เตาแก๊ส
    7. บริษัท เอดีที ออนไลน์ จำกัด สินค้าที่ผลิตได้แก่ ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์
    8. บริษัท เอส เซฟ ออยล์ จำกัด สินค้าที่ผลิตได้แก่ ตู้เติมน้ำมันแบบหยอดเหรียญ
    9. บริษัท ลัคกี้สตาร์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด สินค้าที่ผลิตได้แก่ ตู้แช่เครื่องดื่ม
    10. บริษัท แอ็นทรูเรี่ยม เทค-ดีไซน์ จำกัด สินค้าที่ผลิตได้แก่ ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์

    นอกจากสินค้าที่ขายภายใต้เครื่องหมายการค้า  ซิงเกอร์  แล้วบริษัทยังได้ร่วมมือกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และประกันภัยจาก
    บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เพื่อขยายตลาดประกันชีวิต และประกันภัยเข้าสู่กลุ่มฐานลูกค้าของบริษัทให้มากขึ้นด้วย

    ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

    บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการประหยัดพลังงาน การรักษาสิ่งแวดล้อม และได้มีการรณรงค์ให้มีการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
    ซึ่งถือเป็นความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างหนึ่ง บริษัทได้พัฒนาอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องดังนั้นสินค้าที่บริษัทจำหน่ายจึงเป็นสินค้า
    ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ยิ่งไปกว่านั้น ตู้เย็นของซิงเกอร์ได้พัฒนาอีกขั้นโดยใช้น้ำยาทำความเย็นที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และไม่ทำลาย
    ชั้นบรรยากาศของโลก “NON CFC” คือสาร “C-Pentane” ซึ่งมีค่าในการทำลายโอโซนเป็นศูนย์

    ทางบริษัทมีความตั้งมั่นในการประกอบธุรกิจอย่างมีคุณภาพ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม และผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

    งานที่ยังไม่ได้ส่งมอบ

    - ไม่มี –