จากรุ่นสู่รุ่น

banner_generation

ตราสินค้า SINGER อยู่คู่กับสังคมไทยมานานกว่า 120 ปี แล้ว ซึ่งคงไม่สามารถยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้ หากเมื่อ 160 ปีที่ผ่านมาไม่มีชายที่ชื่อ ไอแซค เมอร์ริทท์ ซิงเกอร์ ชายผู้ปฏิวัติโฉมหน้าของวงการอุตสาหกรรมการตัดเย็บเสื้อผ้าทั่วโลก ด้วยการประดิษฐ์จักรเย็บผ้าคันแรกของโลกขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากนั้นจักรเย็บผ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในชื่อยี่ห้อ “ซิงเกอร์” ก็เป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย

14100

จุดเริ่มต้นของซิงเกอร์ เมื่อนาย ไอแซก เมอร์ริตต์ ซิงเกอร์ (Isaac Merritt Singer) ได้ปฏิรูปวงการเย็บผ้าทั่วโลกด้วยการประดิษฐ์จักรเย็บผ้าคันแรกของโลกขึ้นในร้านผลิตเครื่องจักรเล็ก ๆ ที่เมืองบอสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยใช้เวลาเพียง 11 วันกับเงินลงทุนที่ยืมมา 40 เหรียญสหรัฐ สองปีต่อมาจักรเย็บผ้าซิงเกอร์คันแรกจำหน่ายได้ราคา 100 เหรียญสหรัฐ พร้อมรางวัลชนะเลิศในงาน World Fair ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นเขาก็ได้ทุ่มเทเวลาทั้งหมดเพื่อการประดิษฐ์จักรเย็บผ้า จนกระทั่งเครื่องหมาย “ซิงเกอร์” ได้กลายเป็นชื่อทางการค้าที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก

ซิงเกอร์เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนไทยมากกว่าศตวรรษ ไม่มีหลักฐานว่าใครเป็นผู้นำจักร ซิงเกอร์คันแรกเข้ามาสู่ราชอาณาจักรสยาม ทว่ามีบันทึกอย่างแน่ชัดว่า นางแอนนา เลียวโนเวนส์ ซึ่งเป็นสุภาพ สตรีชาวอังกฤษผู้เข้ามาถวายงานสอนหนังสือแก่พระบรมวงศานุวงศ์ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้เห็นจักรเย็บผ้า ซึ่งเป็นของภรรยารองกงสุลสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ เธอจึงตัดสินใจซื้อจักร เย็บผ้า เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายและ ในเวลาไม่ช้าเหล่าสตรีในราชสำนักต่างก็สวมใส่อาภรณ์ของไทยที่ตัดเย็บ ขึ้นจากจักรเย็บผ้าซิงเกอร์อันทันสมัยในยุคนั้น

แต่งตั้งร้าน เคียม ฮั่ว เฮง เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้าซิงเกอร์ประจำสยามประเทศ เริ่มดำเนินกิจการครั้งแรกในประเทศไทยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

บริษัท ซิงเกอร์แห่งสหรัฐอเมริกา ได้จัดตั้งสาขาขึ้นในไทยใช้ชื่อว่า บริษัท ซิงเกอร์ โซอิ้ง แมชีน จำกัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่ายจักรเย็บผ้า และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยการนำเข้าจากต่างประเทศ

ริเริ่มนำเอาบริการเช่าซื้อด้วยการผ่อนชำระเป็นงวดมาใช้เป็นครั้งแรก ในสมัยนั้นจักรเย็บผ้าซิงเกอร์จำหน่ายในราคาคันละ 180 บาท ดังนั้นเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีราคาที่ชาวบ้านสามารถซื้อได้ บริษัทจึงเริ่มให้บริการจำหน่ายจักรเย็บผ้าด้วยระบบเช่าซื้อ เป็นบริษัทแรกในเมืองไทย ในราคาเงินผ่อนคันละ 200 บาท โดยวิธีการผ่อนชำระแบบนี้ทำให้ผลิตภัณฑ์จักรเย็บผ้าซิงเกอร์เป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นลักษณะประจำของซิงเกอร์ทั้งในประเทศไทย และประเทศต่างๆ ในเอเชีย

ด้วยการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง บริษัทซิงเกอร์ได้ขยายกิจการจากการจำหน่ายจักรเย็บผ้า ซึ่งได้รับความนิยมอยู่แล้ว ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยเริ่มจากการแนะนำ ตู้เย็นซิงเกอร์ ออกสู่ตลาดเป็นชิ้นแรก ตามมาด้วย โทรทัศน์ วิทยุ เตาแก๊ส เครื่องซักผ้า เครื่องเล่นวิดีโอเทป อุปกรณ์ด้านเครื่องเสียงต่าง ๆ เพื่อให้สินค้าคุณภาพของซิงเกอร์สามารถครอบคลุมทุกความต้องการของผู้บริโภคในทุกครัวเรือน

เพื่อก้าวขึ้นสู่ความเป็นผู้นำในการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าในระบบเงินผ่อน บริษัท ซิงเกอร์ โซอิ้ง แมชีน จำกัด จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด ในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2512

บริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ.2527 โดยในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทฯ มีสาขาทั่ว ประเทศทั้งสิ้นจำนวน 256 สาขา

ได้จดทะเบียนแปรสภาพเป็น “บริษัทมหาชนจำกัด” ในวันที่ 4 มกราคม 2537 พร้อมกับกิจการของบริษัทซิงเกอร์ก็ขยายตัวก้าวหน้าขึ้นเรื่อยมา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานตราตั้ง (พระครุฑพ่าห์) ให้กับบริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ในวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ.2547

บริษัทได้มีการมุ่งเน้น นำระบบขออนุมัติเครดิตก่อนขาย (Pre-approval Credit) โดยผ่านศูนย์อนุมัติเครดิต (Center Credit Officers) จนทำให้ยอดขายสินค้าของบริษัทลดลงไปประมาณ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่บริษัทก็ยังคงมุ่งเน้นที่จะทำต่อไปเพื่อให้ได้บัญชีเช่าซื้อที่มีคุณภาพ

เป็นปีที่บริษัทได้ขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กในต่างจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ สัดส่วนการขายสินค้าเข้าสู่ตลาดนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น กลุ่มตู้แช่ ทั้งตู้แช่เครื่องดื่ม ตู้แช่แข็ง ตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์ เป็นต้น

บริษัทได้รับรางวัล Set Awards 2011 “บริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายลูกค้ากลุ่มครัวเรือนที่ 60% และกลุ่มผู้ประกอบเชิงพาณิชย์ที่ 40% โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มตู้แช่เครื่องดื่มและตู้แช่แข็งมีสัดส่วนการขายมากเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยเครื่องซักผ้าและเครื่องปรับอากาศ และในปีต่อๆ ไป บริษัทก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดนี้ให้เพิ่มมากขึ้น

บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2555 มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งสิ้น 850 ล้านบาท เพื่อรับโอนธุรกิจและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับบัญชีลูกหนี้เช่าซื้อสินค้าทั้งหมด และดำเนินธุรกิจเช่าซื้อสินค้าต่อจาก บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย

บริษัท ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท จากบริษัท อุตสาหกรรมซิงเกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มาเป็น บริษัท ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2555 มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท เพื่อดำเนินธุรกิจการให้บริการซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า และพร้อมที่ให้บริการด้วยใจสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า และอุปกรณ์ต่างๆ ทุกชนิด ทุกยี่ห้อถึงบ้าน

บริษัทได้รับรางวัล Set Awards 2012 “บริษัทจดทะเบียนด้านนักลงทุนสัมพันธ์ยอดเยี่ยม” (Best Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 2

บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ในงาน Set Awards 2013 (Outstanding Investor Relation Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ติดต่อกันเป็นปีที่ 3

บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้ดำเนินการจดทะเบียนเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2556 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งสิ้น 1,450 ล้านบาท โดยมี บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.99

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในระหว่างปีได้แก่ Singer (Thailand) B.V. (ถือหุ้นร้อยละ 40.0) เป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นในประเทศเนเธอร์แลนด์ จนถึงวันที่ 4 มิถุนายน 2558 และ เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2558 Singer (Thailand) B.V. ได้ขายหุ้นทั้งหมด และบริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นนิติบุคคลจัดตั้งขึ้นในประเทศไทย ได้ซื้อหุ้นบริษัท ร้อยละ 24.99 จึงเป็นผลให้บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท

บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด ได้ดำเนินการเพิ่มทุนจดทะเบียน เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งสิ้น 4 ล้านบาท (จำนวนหุ้นสามัญ 40,000 หุ้น หุ้นละ 100 บาท) โดยมี บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นร้อยละ 99.99

เมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2559 บริษัทในเครือของบมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ทั้ง 3 บริษัท ได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นดังนี้

 บริษัท ซิงเกอร์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด

 บริษัท ซิงเกอร์เซอร์วิสพลัส จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี เซอร์วิสพลัส จำกัด

 บริษัท ซิงเกอร์ (โบรคเกอร์) จำกัด เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เอสจี โบรคเกอร์ จำกัด

บริษัทได้รับรางวัลดีเด่นด้านนักลงทุนสัมพันธ์ในงาน Set Awards 2016 (Outstanding Investor Relations Awards) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นปีที่ 5

บริษัท เอสจี แคปปิตอล ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย ได้เริ่มดำเนินธุรกิจให้บริการสินเชื่อจำนำรถทุกประเภท ในไตรมาสแรก ปี 2560 ภายใต้สโลแกน “รถทำเงิน” เป็นการให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าทั้งนิติบุคคลและรายย่อยทั่วไปที่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ โดยประเภทของรถยนต์ที่สามารถนำมาขอใช้บริการได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รถบรรทุก 6 ล้อและรถบรรทุก 10 ล้อ