สารจากประธานกรรมการ

ทางคณะกรรมการและฝ่ายบริหารของบริษัทยังคงมีความมุ่งมั่นที่จะ ร่วมกันนำพาให้บริษัทยังคงก้าวต่อไปและเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้ นอกจากนี้พนักงานของบริษัทต่าง ก็แสดงเจตจำนงที่จะอุทิศแรงกายแรงใจร่วมกันปฏิบัติงาน และผลักดันให้เป้าหมายดังกล่าวประสบความสำเร็จได้ในที่สุด
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ปี 2563 ถือเป็นปีที่บริษัทประสบความสำเร็จในด้านผลการดำเนินงานอย่างสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนภาพความแข็งแกร่งของบริษัท จากการปรับกลยุทธ์ในการบริหาร และการควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานด้านการขายและการบริหารลูกหนี้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการดำเนิน ธุรกิจ และการ synergy กันในกลุ่มบริษัททำให้ผลประกอบการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ผลประกอบการของปี 2563 บริษัทฯ มีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 166.9% อยู่ที่ 443 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2562 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 166 ล้านบาท นับเป็นกำไรสูงสุดในรอบ 10 ปี รายได้รวมอยู่ที่ 3,660 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 1,050 ล้านบาท หรือคิดเป็น 40.2% ผลประกอบการปี 2563 ที่ออกมาในครั้งนี้ นับเป็นการสะท้อนความแข็งแกร่งของ SINGER สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น ทั้งในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า และ สินค้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งมาจากสินค้า 5 ลำดับแรก คือ ตู้น้ำมัน ตู้แช่ เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ และเครื่องซักผ้า เป็นผลจากการปรับตัวตามสภาวะ ตลาด การเพิ่มจำนวนพนักงานขาย เพิ่มจำนวนสาขาย่อยซิงเกอร์แฟรนไชส์ และจัดทัพทีมขายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความสำเร็จในธุรกิจ สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ภายใต้ชื่อแบรนด์ “รถทำเงิน” มีบัญชีลูกหนี้เติบโตขึ้น ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีมาช่วยในการอนุมัติและติดตาม สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ ร้อยละ 45.2 อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 12.1 และภาพรวมลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 4.4% ลดลงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง

และแม้ในปีที่ผ่านมาจะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ปิดเมือง แต่บริษัทฯ มีจุดแข็ง ในรูปแบบการขายตรงผ่านตัวแทนกว่า 2,000 ราย ประกอบกับ ความสำเร็จในการขยายสาขาผ่านแฟรนไชส์ หรือร้านสาขาย่อยได้แล้ว 2,000 แห่ง รวมถึงการร่วมมือกันในกลุ่มเจมาร์ท ผลักดันให้พอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นปี 2563 อยู่ที่ 6,604 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 82.8 จาก 3,612 ล้านบาท เมื่อต้นปี ซึ่งกลยุทธ์ในปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทในเครือจะเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อให้เติบโต หรือมีพอร์ตสินเชื่อทะยานแตะระดับ 10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะสินเชื่อรถทำเงินเป็นพอร์ตที่มีอัตราดอกเบี้ยดี และความเสี่ยงต่ำ จะยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ประกอบกับ กำลังซื้อของ ผู้บริโภคที่ยังคงอยู่ระดับที่ดี แม้จะเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ตาม

ปี 2564 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายในการดำเนินงานของบริษัท คณะกรรมการและผู้บริหารตระหนักดีว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ การเมือง รวมถึงปัจจัยสภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกอันเนื่องมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ล้วนเป็นปัจจัยที่กระทบต่อผลการดำเนินงานของ บริษัทในอนาคตอันใกล้นี้ การรักษาความสามารถในการขาย การขยายพอร์ตสินเชื่อ การควบคุมต้นทุนรวมถึงการบริหารจัดการลูกหนี้ของบริษัท ให้อยู่ใน ระดับที่ดีอย่างต่อเนื่อง เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่บริษัทฯ ยึดถือและเร่งที่จะบริหารภายใต้สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งบริษัทหวังว่าปี 2564 นี้จะเป็นอีกปีที่ บริษัทจะพิสูจน์ให้กับผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องว่า ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการและผู้บริหาร จะนำพาให้ธุรกิจในกลุ่มบริษัทเติบโตอย่างมั่นคง ต่อเนื่องได้ในอนาคต เพื่อบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ตั้งไว้ นอกจากนี้พนักงานของบริษัทต่างก็แสดงเจตจำนงที่จะอุทิศแรงกายแรงใจร่วมกันปฏิบัติงาน และผลักดันให้เป้าหมายดังกล่าวประสบความสำเร็จได้ในที่สุด ควบคู่ไปกับการสำนึกรักษ์ถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ด้วยการสนับสนุนและช่วยเหลือ ชุมชนให้สามารถตั้งอยู่ได้บนพื้นฐานที่ดีและยั่งยืนโดยมีรายละเอียดเพิ่มเติมอยู่ในหัวข้อ “ความรับผิดชอบต่อสังคม” ในรายงานฉบับนี้

โอกาสนี้ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด(มหาชน) ขอขอบพระคุณท่านผู้ถือหุ้น ลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ ฝ่ายบริหารและพนักงาน ทุกท่าน ที่มีส่วนในการสนับสนุนให้ บริษัทดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทขอยืนยันต่อทุกท่านว่า บริษัทจะดำเนินธุรกิจอย่างมืออาชีพ และ พัฒนาความสามารถขององค์กรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับนโยบายความรับผิดชอบต่อสังคม ดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อให้คนในสังคมมีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา
ประธานกรรมการ
นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์
กรรมการผู้จัดการใหญ่